วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554

จริยธรรม จรรยาบรรณคอมพิวเตอร์ และความปลอดภัยของข้อมูล

จริยธรรมทางคอมพิวเตอร์



ความหมายจริยธรรมคอมพิวเตอร์
           เป็นหลักเกณฑ์ที่ประชาชนตกลงร่วมกันเพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติร่วมกัน สำหรับตัวอย่างของการกระทำที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นการกระทำที่ผิด จริยธรรม เช่น
           1. การใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายผู้อื่นให้เกิดความเสียหายหรือก่อความรำคาญ
           2. การใช้คอมพิวเตอร์ในการขโมยข้อมูล
           3. การเข้าถึงข้อมูลหรือคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
           4. การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

โดยทั่วไปเมื่อพิจารณาถึงจริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และ
สารสนเทศแล้ว จะกล่าวถึงใน 4 ประเด็น ที่รู้จักกันในลักษณะตัวย่อว่า PAPA ประกอบด้วย
          1. ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy)
          2. ความถูกต้อง (Information Accuracy)
          3. ความเป็นเจ้าของ (Intellectual Property)
          4. การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility)


ในประเทศไทยได้มีการร่างกฎหมายทั้งสิ้น 6 ฉบับ คือ
          1. กฏหมายเกี่ยวกับธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
          2. กฏหมายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
          3. กฏหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมคอมพิวเตอร์
          4. กฏหมายเกี่ยวกับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
          5. กฏหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
          6. กฎหมายลำดับรอง รัฐธรรมนูญ มาตรา 78 หรือกฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ

          ต่อมาได้มีการรวมเอากฎหมายธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์และกฎหมายลายมือชื่อ -อิเล็กทรอนิกส์เป็นฉบับเดียวกันเป็นพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรม อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2545 แต่ในปัจจุบันยังไม่ได้นำมาใช้สมบูรณ์แบบ เนื่องจากยังไม่มีคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนกฏหมายอีก 4 ฉบับที่เหลือ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ (ข้อมูล ณ ตุลาคม 2546)
จรรยาบรรณของนักคอมพิวเตอร์
จรรยาบรรณต่อตนเอง
          1 มีความซื่อสัตย์สุจริตต่อตนเอง ทำหน้าที่และใช้ชีวิตตามหลักธรรมาภิบาล
          1.1 ประกอบอาชีพนักคอมพิวเตอร์ด้วยความ สุจริต ซื้อสัตย์ มีความยุติธรรม ใฝ่หาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ เพื่อพัฒนาตนเอง และความรับผิดชอบ ซึ่งจะเพิ่มความสามารถจริยธรรมวิชาชีพคอมพิวเตอร์ให้กับตัวเราเอง
          1.2 ผู้ที่ประกอบอาชีพทางคอมพิวเตอร์ ต้องมีความตั้งใจ มีความขยันและอดทนในการทำงาน เพื่อให้เกิดความสำเร็จ
จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมงาน
          2. ปฏิบัติตนให้อยู่ในความถูกต้อง
          2.1 ไม่ทำการ Copy ผลงานของผู้อื่นที่ที่เรียกกันว่าระเมิดลิขสิทธิ์ไม่ว่าจะเป็นลายลักอักษรหรือ Software ต่างๆ
          2.2 ให้ความเค้ารพนับถือผู้ร่วมงาน ไห้เกียติซึ่งกันและกัน และมีความเอื้อเฝิ้อเผื่อแผ่
          2.3 ดูและรักษาความผูกพันของผู้ร่วมงานด้วยกันเอง
จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
          3. ไม่กระทำสิ่งใดๆที่ทำให้วิชาชีพของตนเองนั้นเสื่อมเสีย
          3.1 ใช้ความรู้ที่ได้เรียนมาอย่างสร้างสรรไม่ทำรายผู้อื่นหรือทำให้ผู้อื่นนั้นต้องเดือดร้อน
          3.2 ไม่ดูหมิ่นอาชีพอื่นๆ
          3.3 ให้ความร่วมมือกับส่งเสริมวิชาชีพของตนเอง เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนา
จรรยาบรรณต่อสังคม
          4. เป็นตัวอย่างที่ดีในการประกอบอาชีพสายงานคอมพิวเตอร์เพื่อเป็นตัวอย่างของสังคม
          4.1 ไม่เรียกร้องหรือรับสิ่งของทรัพย์สินใดที่ได้รับมาอย่างมิชอบ
          4.2 ไม่ใช้อำนาจหรือวิชาชีพเอื้ออำนวยให้ประโยชน์แก่ตนเองหรือบุคคลอื่นโดยมิชอบ
          4.3 ไม่ใช้วิชาชีพความรู้ต่างๆเพื่อทำการล่อลวงหรือหลอกลวงผู้อื่นจนก่อให้เกิดความเสื่อมเสี่ยหรือเสี่ยหาย 
ความปลอดภัยของข้อมูล
           ข้อมูลที่ดีเป็นข้อมูลที่มีค่ามีราคา สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมากต่อกิจการขององค์กร และในมุมกลับกันอาจก่อให้เกิดโทษต่อองค์กรหรือบุคคลผู้ให้ข้อมูล ถ้าข้อมูลตกลงไปอยู่ในมือผู้ไม่ประสงค์ดี ดังนั้นความปลอดภัยของข้อมูล จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องตระหนัก ความปลอดภัยของข้อมูล (data security) เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันไม่ให้ข้อมูลถูกทำลาย การรักษาความลับของข้อมูล และการป้องกันไม่ให้ข้อมูลถูกทำลาย การรักษาความลับของข้อมูล และการป้องกันการกระทำการทุจริตต่อข้อมูล ความไม่ปลอดภัยของข้อมูลมักมีสาเหตุจาก
           • ความผิดพลาดของระบบ ซึ่งอาจมีสาเหตุจากตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์เกิดขัดข้องในระหว่างการประมวลผลข้อมูล ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลเกิดสูญเสียได้ นอกจากนี้อาจมีสาเหตุจากโปรแกรมที่ใช้ในการประมวลผลยังมีข้อผิดพลาดบางจุด ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลมีความผิดพลาดหรือสูญเสียได้เช่นกัน
           • อุบัติเหตุ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม ทำให้ข้อมูลที่เก็บอยู่สูญเสียได้
           • บุคคลอาจทำให้ข้อมูลสูญเสีย เช่น มีการสั่งลบข้อมูล หรือบันทึกข้อมูลทับของเดิม หรือบุคคลอาจมีเจตนาร้ายต้องการทำให้ข้อมูลสูญเสีย เนื่องจากความโกรธแค้นจงใจทำลายข้อมูล
           • การขโมยข้อมูลซึ่งเป็นความลับเพื่อนำไปขายหรือให้คู่แข่ง ซึ่งสามารถทำได้ง่าย โดยแอบสำเนาลงบนแผ่นบันทึก
           • การกระทำทุจริตต่อข้อมูล เช่น มีการแก้ไขข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับจำนวนเงิน เพื่อประโยชน์ของตัวเองหรือมีผู้รับจ้างให้กระทำการทุจริต
           • สาเหตุอื่น ๆ เช่น ความร้อนชื่น ฝุ่นละออง และสนามแม่เหล็ก
การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่อาจถูกทำลาย หรือเสียหายด้วยสาเหตุต่าง ๆ ดังกล่าวนั้นอาจทำได้ดังนี้
           • การรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์ระบบคอมพิวเตอร์
           • การทำสำเนาข้อมูล ในกรณีที่ข้อมูลอยู่ในแผ่นบันทึกอาจทำสำเนา ข้อมูลทั้งแผ่นโดยใช้คำสั่ง copy แต่ถ้าข้อมูลอยู่ในจานแม่เหล็กชนิดแข็งหรือกรณีที่มีข้อมูลเป็นจำนวนมากจะทำ สำเนาโดยการใช้คำสั่ง backup ลงบนแผ่นบันทึกหรือในเทปแม่เหล็ก
           • การรักษาความลับของข้อมูล มาตรการแรกในการป้องกันคือ การควบคุมการเข้าไปใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ โดยกำหนดว่าใครบ้างที่สามารถเข้าไปใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้ มาตรการต่อมาคือ การกำหนดรหัสผ่าน (password) เพื่อผ่านเข้าไปใช้โปรแกรมหรือการเข้าถึงข้อมูล นอกจากนี้อาจจะมีการกำหนดขอบเขตเฉพาะแฟ้มข้อมูลเฉพาะแฟ้มบุคคลเฉพาะบุคคล ไม่มีสิทธิไปใช้หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลของแฟ้มรายได้เป็นต้น 

12 ความคิดเห็น:

  1. เนื้อหาเข้มมากอ่ะ ความรู้ทั้งนั้น

    ตอบลบ
  2. ขอบคุนมากค่ะสวดยอดดดดดด

    ตอบลบ
  3. เนื้อหาสาระดีมากๆๆ

    ตอบลบ
  4. โอ๋พระสงฆ์ มันเยี่ยมไปเลย

    ตอบลบ